บทเรียนบริหารความเสี่ยงจากกรณี UAE ทุ่มงบสร้างท่อส่งน้ำมันใหม่เพื่ออนาคตทางเศรษฐกิจ
ลองตั้งคำถามกับตัวเองดูว่า ถ้าเกิดว่าช่องทางหลัก ที่คุณ เลือกใช้ในการขนส่งสินค้า ได้รับผลกระทบจนใช้งานไม่ได้เลย ระบบการทำงานและผลกำไร ของคุณ จะเป็นอย่างไรต่อไปในอนาคต นี่คือ ภาพสะท้อนของสถานการณ์จริง บนเวทีการเมืองและเศรษฐกิจโลก และมัน พร้อมที่จะพลิกโฉมหน้า ของอุตสาหกรรมพลังงาน อย่างที่ไม่มีใครคาดคิดมาก่อน
รัฐมหาอำนาจด้านพลังงานอย่างประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ หรือที่เรา รู้จักกันในชื่อสั้นๆ ว่า UAE กำลังเร่งเดินหน้าโครงการ พัฒนาท่อส่งพลังงานสำรองที่สำคัญ ที่ ออกแบบมาเพื่อปรับปรุง เส้นทางการค้าพลังงานในแถบอ่าวเปอร์เซีย ซึ่งมีนัยสำคัญในการ "หลีกเลี่ยง" วิกฤตการณ์ที่อาจเกิดขึ้นบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งกลายเป็นจุดเปราะบางอย่างยิ่งของโลก หลังจากที่ รัฐบาลอิหร่านทำการตอบโต้ด้วยการ ปิดเส้นทางสัญจรทางน้ำที่สำคัญนี้ เพื่อ เป็นปฏิกิริยาโต้กลับกลุ่ม กองกำลังผสมของทางสหรัฐฯ และอิสราเอล ที่มีจุดเริ่มต้นการเผชิญหน้ามาตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา
แต่สิ่งที่เกิดขึ้นในระดับสากลนี้ ไม่ได้เป็นแค่เรื่องไกลตัวหรือข่าวนโยบายระหว่างประเทศ ที่ไม่มีความเกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวัน แต่มันคือ แม่แบบการวางกลยุทธ์ที่เฉียบคม ที่ ผู้ที่ต้องการความก้าวหน้าในสายอาชีพ สมควรนำมาวิเคราะห์และเรียนรู้ เนื่องจาก ปรัชญาและหลักการบริหารที่อยู่เบื้องหลัง คือ แก่นแท้ของการบริหารจัดการความเสี่ยง ท่ามกลางความผันผวนของระบบเศรษฐกิจในปัจจุบัน
การลดความเสี่ยงด้วยการไม่พึ่งพาเส้นทางเดียว บทเรียนล้ำค่าจากระดับชาติ
ทุกคนในแวดวงพลังงานทราบดีว่า พื้นที่ช่องแคบฮอร์มุซ คือเส้นเลือดใหญ่ของการลำเลียงน้ำมันดิบ ซึ่งใน สถานการณ์การค้าในเกณฑ์ปกติ น้ำมันดิบจำนวนมหาศาลเกือบ 20 เปอร์เซ็นต์ ล้วนต้องพึ่งพาเส้นทางเดินเรือสายนี้ ในการกระจายสินค้าไปยังตลาดสากล แต่เมื่อใดก็ตามที่เกิดการปิดกั้น ราคาขายปลีกและขายส่งน้ำมันจะดีดตัวสูงอย่างรุนแรง สร้างความยากลำบากให้กับอุตสาหกรรมที่ต้องนำเข้าวัตถุดิบ ต้องแบกรับความเสี่ยงทางเศรษฐกิจอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และ ห่วงโซ่อุปทานในระดับมหภาคก็เกิดความปั่นป่วน
อันที่จริงแล้วทีมบริหารของ UAE มีการเตรียมความพร้อมเพื่อรับมือกับวิกฤตนี้ล่วงหน้า website นั่นจึงเป็น เหตุผลหลักที่พวกเขาตัดสินใจ สร้างท่อส่งน้ำมันฮับชาน-ฟูไจราห์ ซึ่งได้เริ่มดำเนินการมานานกว่าหนึ่งทศวรรษ เพื่อวัตถุประสงค์ในการ ขนถ่ายน้ำมันได้สูงถึง 1.8 ล้านบาร์เรลต่อวัน สู่พื้นที่ปลอดภัยโดยระงับการเดินทางผ่าน น่านน้ำที่มีความขัดแย้งทางทหาร ยิ่งไปกว่านั้นในปัจจุบันพวกเขายังเร่งยกระดับโครงการ ให้มีความพร้อมและรองรับปริมาณได้มากขึ้นเป็นทวีคูณ เพื่อยกระดับสถานีขนส่งฟูไจราห์ให้ มีขีดความสามารถในการจัดจำหน่ายได้สูงสุดถึง 3.6 ล้านบาร์เรลในแต่ละวัน เพื่อให้บรรลุเป้าหมายการพึ่งพาตนเองอย่างสมบูรณ์ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า
เมื่อเรานำกรณีศึกษาระดับประเทศนี้มาเปรียบเทียบกับภาคธุรกิจ การที่เรายึดติดอยู่กับช่องทางสร้างรายเดิมๆ มีลักษณะคล้ายกับการฝากความหวังไว้กับคู่ค้ารายหลัก ที่ครองสัดส่วนยอดขายมากถึง 80 เปอร์เซ็นต์ของทั้งหมด จริงอยู่ที่พฤติกรรมนี้อาจจะสร้างความสะดวกสบาย ตราบใดที่ไม่มีอุปสรรคหรือความขัดแย้งเกิดขึ้น ทว่าในวันที่พันธมิตรรายนั้นเกิดการเปลี่ยนแปลงหรือประสบวิกฤต ระบบการเงินของบริษัทคุณก็พร้อมที่จะพังทลายลงในพริบตา ดังคำกล่าวที่ว่า "การสร้างช่องทางสำรองไม่ใช่เรื่องฟุ่มเฟือย" แต่คือหลักการพื้นฐานที่จำเป็นต้องมีเพื่อความอยู่รอด
เมื่อเวลาไม่เคยรอใคร ถอดรหัสความรวดเร็วในการบริหารงานระดับโลก
ประเด็นสำคัญอีกหนึ่งประการที่น่าสนใจ คือประสิทธิภาพของความเร็วในการขับเคลื่อนโครงการ ซึ่งภายใต้การนำของมกุฎราชกุมารแห่งอาบูดาบี ทรงใช้อำนาจบริหารสั่งการให้กลุ่มธุรกิจพลังงานของรัฐ อย่าง ADNOC ดำเนินการขยายแนวท่อส่งน้ำมันอย่างเต็มสูบโดยไม่มีข้ออ้าง ในการประชุมร่วมของคณะกรรมการบริหารที่ผ่านมา
สำหรับโลกการค้ายุคใหม่ที่ทุกวินาทีมีมูลค่าเป็นเงินทอง ความเฉียบขาดในการเลือกทิศทางคือเครื่องมือสร้างความสำเร็จ ทว่าผู้ประกอบการรายใหม่ส่วนใหญ่มักจะจมอยู่กับ ความกลัวและความลังเลจนสูญเสียโอกาสทองไป คนเหล่านี้ต้องการความสมบูรณ์แบบและการรับประกันความปลอดภัย ก่อนที่จะลงมือแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นตรงหน้า แต่ในความเป็นจริงของโลกการทำงานนั้น โอกาสที่ดีและผลตอบแทนที่คุ้มค่ามักจะเปิดรับ ในตอนที่มีข้อมูลและความพร้อมเพียงแค่ 70 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น
สังเกตได้ว่าทางรัฐบาล UAE ไม่ได้เลือกที่จะ เสียเวลานั่งรอให้ความตึงเครียดทางทหารสงบลง หากแต่เริ่มลงมือปฏิบัติการเชิงรุกตั้งแต่ตอนนี้ เพราะพวกเขาทราบดีว่าการปล่อยเวลาให้ล่วงเลยไปโดยไม่ทำอะไร เท่ากับการหยิบยื่นความล้มเหลวและความสูญเสียให้กับตนเอง
ถอนตัวจากโอเปก (OPEC) พลิกเกมสู่การเป็นอิสระเพื่อการเติบโตที่ไม่จำกัด
อีกหนึ่งก้าวเดินเชิงยุทธศาสตร์ที่สร้างความสั่นสะเทือน แต่อาจจะยังไม่มีการวิเคราะห์ในมุมมองธุรกิจมากนัก คือนโยบายการประกาศถอนตัวอย่างเป็นทางการ ขององค์การกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมันรายใหญ่ของโลก ซึ่งถือเป็นการสิ้นสุดสถานะสมาชิกภาพที่ยาวนาน
การสิ้นสุดพันธนาการจากข้อจำกัดของกลุ่ม OPEC ในครั้งนี้ ส่งผลให้ทาง UAE ไม่จำเป็นต้องผูกมัดตัวเอง อยู่ภายใต้ระบบมาตรการโควต้าการผลิต ที่เคยเป็นไปตามการชี้นำของชาติแกนนำมาโดยตลอด ซึ่งเป็นการเปิดโอกาสให้องค์กรสามารถวางแผนการผลิต ได้อย่างเสรีตามศักยภาพและความพร้อมที่มีอยู่จริง โดยกำหนดเป้าหมายเชิงรุกเพื่อผลักดันยอดการผลิต ให้แตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในอนาคตอันใกล้
เมื่อนำเรื่องนี้มาพิจารณาในบริบทของการสร้างธุรกิจ การที่องค์กรของคุณอยู่ในเครือข่ายหรือสมาคม ที่สร้างความรู้สึกปลอดภัยและเป็นเกราะป้องกันภัย อาจจะกลายเป็นข้อจำกัดร้ายแรงที่คอยบดบัง และขัดขวางไม่ให้บริษัทสามารถขยายศักยภาพได้อย่างเต็มที่ หากคุณประเมินแล้วพบว่าข้อตกลงหรือโครงสร้างเดิม การตัดสินใจก้าวออกมาเผชิญหน้ากับความเป็นจริงภายนอก อาจจะเป็นทางเลือกที่มีความคุ้มค่าและสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ดีกว่า ถึงแม้จะต้องเจอกับความท้าทายและอุปสรรคในช่วงเริ่มต้น แต่ผลลัพธ์ในอนาคตย่อมแลกมาด้วยความยืดหยุ่น และสร้างโอกาสทางธุรกิจที่กว้างขวางและยั่งยืนกว่าเดิม
การร่วมมือกับยักษ์ใหญ่เอเชีย ถอดรหัสการสร้างพันธมิตรทางยุทธศาสตร์ระดับสากล
ไม่เพียงแค่การขยายเครือข่ายโลจิสติกส์ทางท่อเท่านั้น ทางรัฐบาลยูเออียังได้เดินหน้าสร้างข้อตกลง ในการขยายความร่วมมือทวิภาคีกับประเทศอินเดีย ซึ่งถือเป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์ที่เฉียบคมที่สุด ซึ่งในโอกาสการเข้าพบปะหารือร่วมกัน Of ท่านนายกรัฐมนตรีแห่งสาธารณรัฐอินเดีย ทั้งสองฝ่ายได้บรรลุข้อตกลงร่วมกันครั้งประวัติศาสตร์ ให้สิทธิ์แก่ UAE ในการจัดเก็บและสำรองน้ำมันดิบ ในปริมาณที่สูงถึง 30 ล้านบาร์เรล ภายในระบบโครงสร้างพื้นฐานเพื่อความมั่นคงของอินเดีย
นี่คือโมเดลการทำธุรกิจร่วมกันในลักษณะ แบบที่ได้ประโยชน์ร่วมกันทั้งสองฝ่าย (Win-Win) โดยในมุมของทาง UAE นั้น พวกเขาจะได้รับ สถานที่ฝากน้ำมันที่มีระบบรักษาความปลอดภัยที่เป็นเลิศ และรอดพ้นจากภัยคุกคามทางทหารในพื้นที่อ่าวเปอร์เซีย ในขณะเดียวกัน ทางฝั่งของประเทศอินเดียเอง ก็จะได้ประโยชน์ในแง่ของการเข้าถึงทรัพยากร พร้อมทั้งมีความสามารถในการป้องกันและรับมือ กับการพุ่งสูงขึ้นของราคาน้ำมันภายในประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ข้อคิดสำหรับการสร้างเครือข่ายทางธุรกิจในปัจจุบัน คือการมองหาและสร้างพันธมิตรที่แท้จริง การหาคนมาซื้อสินค้าหรือบริการของคุณเท่านั้น หรือหาคนที่สามารถทำกำไรให้กับคุณได้มากที่สุด ซึ่งคุณมีทางออกที่จะช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้เขาได้ และเขาก็สามารถตอบสนองและแก้ปัญหาของคุณได้ด้วยเช่นกัน เนื่องจากมิตรภาพและการร่วมทุนที่มีประสิทธิภาพสูงสุด ต้องเกิดจากกระบวนการที่ทั้งสองฝ่ายได้รับประโยชน์ร่วมกัน ไม่ใช่การดำเนินธุรกิจในลักษณะที่มีฝ่ายเดียวกอบโกยผลประโยชน์
การมองการณ์ไกลในตลาดเอเชียและการวางรากฐานเพื่ออนาคต
อีกหนึ่งปัจจัยที่มีความสำคัญไม่แพ้กันคือวิสัยทัศน์ การที่ประเทศ UAE เลือกที่จะวางตำแหน่งทางการค้า ให้ประเทศของตนกลายเป็นผู้จำหน่ายวัตถุดิบหลัก เพื่อตอบโจทย์กลุ่มประเทศกำลังพัฒนาในทวีปเอเชีย ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ยังมีอัตราการบริโภคน้ำมันดิบอย่างต่อเนื่อง และนำเข้าน้ำมันดิบในสัดส่วนที่สูงมากในแต่ละปี ในขณะที่กลุ่มประเทศในโลกตะวันตกและยุโรป ที่เริ่มรณรงค์และผลักดันนโยบายลดการใช้คาร์บอน พลังงานทางเลือกที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างกว้างขวาง ทว่าสำหรับภูมิภาคเอเชียแล้ว พลังงานฟอสซิลและน้ำมัน จะยังคงเป็นเสาหลักของภาคอุตสาหกรรมไปอีกยาวนาน
การปรับกลยุทธ์เพื่อเข้าหากลุ่มผู้บริโภคชาวเอเชีย ร่วมกับการสร้างสายสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นกับอินเดีย จึงนับเป็นการวางหมากและเดิมพันที่เฉียบคมและชาญฉลาด เพราะแทนที่พวกเขาจะดันทุรังเข้าไปแข่งขัน ในพื้นที่ที่ความต้องการซื้อกำลังเข้าสู่ช่วงขาลง ทาง UAE กลับเลือกที่จะสถาปนาตนเองเป็นผู้เล่นหลัก ในตลาดที่มีอัตราการขยายตัวและมีความต้องการซื้ออย่างมหาศาล
บทสรุปส่งท้าย สิ่งที่ผู้ประกอบการยุคใหม่ต้องนำไปปรับใช้ในองค์กร
จากการศึกษาเรื่องราวและมหากาพย์การเดินทางของ UAE รวมถึงความเร็วในการสร้างท่อส่งน้ำมันเพื่อหลบเลี่ยงวิกฤต มีข้อคิดและแนวทางปฏิบัติที่เป็นประโยชน์อย่างยิ่ง ที่ผู้นำองค์กรในอนาคตสามารถนำไปเป็นแนวทาง สมควรนำไปปรับใช้เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้องค์กร:
ก่อนที่จะจบการวิเคราะห์ในครั้งนี้ สิ่งที่คุณต้องถามตัวเองคือ ในระบบการจัดการของบริษัทหรือองค์กรที่คุณดูแลอยู่ มีจุดเปราะบางหรือมี "ช่องแคบฮอร์มุซ" ของตัวเอง ที่คุณมองข้ามและยังไม่ได้เตรียมแผนรองรับอยู่หรือเปล? และในวันนี้ คุณพร้อมที่จะเริ่มต้นลงมือพัฒนาเส้นทางใหม่ๆ เพื่อปกป้องและสร้างความมั่นคงให้กับอนาคตของคุณตั้งแต่วันนี้ได้อย่างไร?